รู้จักสำนักวิทยบริการ
ประวัติความเป็นมา
ปรัชญา
วิสัยทัศน์
พันธกิจ
วัตถุประสงค์
   
  ข้อมูลสำนักวิทยบริการ
ข้อมูลสำนักวิทยบริการ
เบอร์โทรศัพท์ภายใน
ภาพกิจกรรม
  ภาพกิจกรรม ปี 2555
  ภาพกิจกรรม ปี 2556
   
  ข้อมูลมหาวิทยาลัย
 
พระประวัติ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
พระสาทิสลักษณ์
พระอนุสรณ์
พระอนุสาวรีย์
พิธีเปิดพระรูป
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
คณะ
สำนัก
ศูนย์
ศูนย์ให้การศึกษา
สิ่งอำนวยความสะดวก
   
   
   
 
   
 
 
 
 
 
สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ทรงเป็นพระราชธิดาลำดับที่ 43 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
กับสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ประสูติ
วันพุธ ที่ 16 เมษายน
พ.ศ. 2427 เดือน 5 แรม 6 ค่ำ
ปีวอก ณ พระตำหนัก สมเด็จพระนางเจ้า
สว่างวัฒนาบรมราชเทวี ในพระบรมมหาราชวัง
ทรงมีพระเชษฐา พระเชษฐภคินี พระอนุชา
และพระขนิษฐา ดังนี้
1.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศ เป็น
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
พระองค์แรกในรัชการที่ 5
2.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอิศริยาภรณ์
3.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา
4.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์
5.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
6.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ
7.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์
8.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้า (ยังไม่ได้พระราชทานพระนาม)
สิ้นพระชนม์เมื่อประสูติได้ 3 วัน
เมื่อพระชนม์ครบหนึ่งเดือน โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีสมโภชเดือน
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ณ พระตำหนักสมเด็จ พระนางเจ้าสว่างวัฒนา
บรมราชเทวี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามว่า
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ นรินทรเทพยกุมารี

พ.ศ. 2431 สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา บรมราชเทวี
ทรงมีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง ทรงได้รับพระราชทานพระนามว่า
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ
พิมลรัตนวดี ในขณะเดียวกัน พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ
ทรงสูญเสียพระราชธิดาสองพระองค์ ใน พ.ศ. 2430
เป็นเหตุนำความโทมนัสมาสู่พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ
พระองค์ทรงปรารถนา จะมีพระราชธิดา
จึงทรงขอประทานสมเด็จฯเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ จาก
สมเด็จพระนางเจ้า สว่างวัฒนาฯ
ให้เป็นพระราชธิดาในปลายปี พ.ศ. 2431

สมเด็จฯเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงมีพระพี่เลี้ยงชื่อ
จันทร์ ชูโต พระพี่เลี้ยงถวายการปรนนิบัติเลี้ยงดู
จน พ.ศ. 2462 พระพี่เลี้ยงก็ถึงแก่อนิจกรรม

สมเด็จฯเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงได้รับการศึกษาที่โรงเรียนราชกุมารี
ซึ่งตั้งอยู่ ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย
ทรงเริ่มเข้าศึกษาวันที่
18 พฤษภาคม พ.ศ. 2436 โดยมีพระยาอิศรพันธ์โสภณ
เป็นพระอาจารย์ถวายพระอักษร

ส่วนการศึกษาภาษาอังกฤษ พระอาจารย์ที่ถวายการสอนคือ
หม่อมเจ้าหญิงมัณฑารพ กมลาศน์
หม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล
หม่อมจันทร์ เทวกุล และพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ


เมื่อสมเด็จฯเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
ทรงมีพระชนม์สิบสองพระชันษา
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตั้งการพระราชพิธีมงคลโสกันต์ พระราชทาน
พระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
และพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ จะเสวยในห้องประทับเล่น
โดยมีข้าหลวงเชิญเครื่องเสวย
จากที่พักเครื่องขึ้นมาชั้นบน
พระตำหนักประทับพับเพียบเสวย
ซึ่งมีพรมปูไว้ และมีพระขนน (หมอนอิง) ข้างพระองค์พระกระยาหารที่ขาดไม่ได้ คือ
ปลาดุกย่างและหมูหวาน
ส่วนผลไม้ที่โปรดมากที่สุดคืออ้อยควั่น
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
ทรงเล่าพระราชทานว่าเมื่อ
สมเด็จฯเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงพระเยาว์นั้น
พระองค์ไม่โปรดเสวยผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ องุ่น
ซึ่งขณะนั้นเป็นของที่แพงและหรูหรามาก
เพราะเป็นผลไม้เมืองนอก
พระองค์ทรงมีความสนิทสนมกับเจ้านายพี่น้อง
เกือบทุกพระองค์ แต่ที่ทรงสนิทสนมมาก
คือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา
สมเด็จฯเจ้าฟ้านิภานภดล
พระองค์เจ้าหญิงเยาวภาพงศ์สนิท
พระองค์เจ้าหญิงประภาพรรณพิไลย
พระองค์เจ้าหญิงวาปีบุษบากร
ส่่วนเจ้านายฝ่ายหน้า
ก็มีสมเด็จฯเจ้าฟ้าจักพงษ์ภูวนาถ
พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์
พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร
พระองค์เจ้า กิตติยากรวรลักษณ์
โดยเฉพาะพระองค์เจ้าหญิง
เยาวภาพงศ์สนิทนั้น พระองค์ทรงสนิทสนมมาก
โปรดเสด็จตามที่ต่างๆ
กับพระองค์เจ้าหญิงเยาวภาพงศ์สนิท
บางคราวทั้งสองพระองค์จะเสวย
พระกระยาหารร่วมกันกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามาลินีนภาดารา
ก็ทรงสนิทสนมด้วยมาก เพราะเมื่อทรงพระเยาว์ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ
ทรงนำสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามาลินีนภดารามาทรงเลี้ยงไว้ พักหนึ่ง
เวลาบ่อยๆ เกือบทุกวัน
พระองค์จะเสด็จทรงเยี่ยมเจ้านายตามตำหนักต่างๆ
สิ่งที่พระองค์ทรงสนพระทัยเป็นพิเศษคือการเย็บปักถักร้อย
ทรงทำผ้ารองจาน ผ้ารองแก้ว
เสื้อกันหนาว หรือไม่ก็ทรงร้อยดอกไม้ ทรงจัดดอกไม้ในแจกันและทรงพระอักษร บางคราวจะทรงเล่นเกมส์ เช่น หมากฮอร์ส สกาลูโด ผสมอักษรอังกฤษเป็นคำๆ ทรงเลือกแต่งฉลองพระองค์ซึ่งมีสีสันสวยงาม พระองค์ไม่โปรดเครื่องประดับมากนัก แต่ที่ทรงโปรดมากคือเครื่องประดับคือไข่มุก ไม่ว่าจะเสด็จที่ใดจะทรงสวมไข่มุกบ่อยครั้งและทรงมีไข่มุกมากมายหลายสี
ทรงหัดจักรยานและถ่ายภาพ สมเด็จฯเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์โปรดตามสมัยนิยม
เมื่อคราวที่มีการนิยมหัดถีบจักรยาน ก็ทรงหัดถีบจักรยานในสวนศิวาลัย
จนสามารถทรงถีบจักรยานได้ ส่วนการถ่ายภาพนั้นเป็นสิ่งที่นิยม
ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ชาวไทยทุกถ้วนหน้าประสบกับการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง นั่นคือพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรอย่างกระทันหัน
และเสด็จสวรรคต
ในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453
ซึ่งนำความเศร้าโศกเสียใจอย่างใหญ่หลวง
มาสู่เจ้านายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
ตลอดจนไพร่ฟ้าประชาชน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
ทรงมีพระบรมราชองการ ดำรัสสั่งให้
สถาปนา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ
เจ้าฟ้าต่างกรม มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ นรินทรเทพยกุมารี
กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด
จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
ในการพระราชทานพระยศทางทหาร โดยโปรดเกล้าฯ
พระราชทานตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษกรมทหารม้าที่สอง
มีพระยศเป็นนายพันเอก
สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
เคยรับสั่งกับเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิตว่า
เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ให้จัดงานแบบทหารด้วย
โดยรับสั่งว่า “ ฉันเป็นทหาร ”

ระหว่างที่ประทับ ณ วังพญาไท
สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
โปรดทรงกีฬา ได้แก่ โครเกต์ ปิงปอง แบดมินตัน
ทรงเล่นกับข้าหลวง และบางคราวทรงเล่นไพ่เบสิค
สิ่งที่โปรดมากอีกอย่างก็คือ การเลี้ยงสุนัข
ทรงเลี้ยงไว้ 2 ตัว
ตัวหนึ่งชื่อ ยิบ เป็นสุนัขพันธ์ต่างประเทศ
อีกตัวหนึ่งชื่อ ปลอด เป็นสุนัขไทย

สำหรับหนังสือนั้นโปรดมากเป็นพิเศษ ทุกๆ วัน
จะทรงพระอักษรในช่วงบ่าย บางคราวพระพี่เลี้ยงจันทร์
จะนำหนังสือที่ทรงอยู่ไปซ่อนเพื่อที่จะให้พระองค์บรรทม
แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะพระองค์จะทรงเล่มอื่นต่อไป
หรือไม่ก็จะทรงหาหนังสือนั้นจนพบ
สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
เคยรับสั่ง กับข้าหลวงว่า
“ ถ้าเกิดไฟไหม้ไม่ต้องเก็บเครื่องเพชร
ให้เก็บหนังสือก่อน ”

สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ทรงมีพระอาการประชวรมากหลายคราว
และต่อมาก็ไม่เสด็จพระราชดำเนินที่ใด คงประทับแต่ในตำหนัก
โดยมีแพทย์ที่ถวายการรักษาตลอดเวลา
ที่ทรงเริ่มประชวรมา
สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ทรงพระประชวรด้วยพระโรคพระวักกะพิการ
ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้พระองค์ต้องประชวรเรื่อยมา
ระหว่างที่ประชวรจะมีเจ้านาย
พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จเข้าเฝ้าเยี่ยมอยู่เนืองๆ
แต่พระองค์ที่เสด็จบ่อยที่สุดคือ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ

วันที่ 20 ตุลาคม 2462 เวลา 8 นาฬิกา สมเด็จพระศรีพัชรินทรา
บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เสด็จสวรรคต สร้างความเศร้าโศกอาลัย
อย่างใหญ่หลวง
มาสู่พระราชโอสรทุกพระองค์
ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์
และประชาชนชาวไทยทั่วหน้า

ปี พ.ศ. 2463 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ทรงเริ่มมีพระอาการประชวรลง พระบังคนเบาเป็นพระโลหิต
ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของการประชวรพระวักกะ
พระโรคอีกพระโรคหนึ่งที่ทรงประชวรมานานหลายปีแล้ว
คือ พระโรคอันตะอักเสบ

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
เสด็จพระดำเนินไปรักษาพระองค์ในทวีปยุโรป
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2465 เสด็จโดย
เรือซีแลนเดีย เมื่อเรือซีแลนเดียไปแวะที่อียิปต์
ึเป็นโอกาสที่ทรงมีเวลาว่างพอที่
จะแวะทอดพระเนตรปิรามิด
และได้ทรงอูฐด้วย

วันที่ 16 สิงหาคม 2465 ถึงกรุงลอนดอน
ประเทศอังกฤษ แล้วประทับที่โรงแรม
เดอะนิวสตาร์กาเทอร์
แล้วแพทย์ได้ถวายการตรวจพระอาการ
ต่อมาแพทย์ได้ทราบสาเหตุที่ทำให
้พระอาการประชวรนั้น
เนื่องจากพระวักกะด้านซ้ายอักเสบ
สมควรที่จะถวายการผ่าตัดออก 1 ข้าง

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
เสด็จกลับจากรักษาพระองค์
ถึงสิงคโปร์ วันที่ 19 เมษายน 2467
ในการเสด็จพระดำเนินกลับ
ทรงนำสนุขคิงชาลล์จากฝรั่งเศสมาด้วย
ต่อมาทรงตั้งชื่อสุนัขว่า “ไหว”

ในวันที่ 20 เสด็จออกจากสิงคโปร์หลังจาก
ที่พระองค์เสด็จกลับถึงกรุงเทพฯ แล้ว
พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จเยี่ยมพระองค
์กันอย่างมากมาย

และแล้วเวลาที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้น คือ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประชวร
ด้วยพระโรคพระ
โลหิตเป็นพิษในพระอุทร ต่อมาพระองค์อาการไม่ดีขึ้น
จึงได้ มีการถวายการผ่าตัด
ภายหลังการผ่าตัดพระอาการไม่ดีขึ้น
ในที่สุด พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จสวรรคตในวันที่
26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน
ต่อมา สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
มีพระประสงค์เสด็จตากอากาศเพื่อรักษา
พระองค์ที่เกาะสุมาตรา ี่มีธรรมชาติท ี่สวยงามมาก
เหมาะที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ทรงสูญเสียพระอนุชาในระยะเวลาที่พระอนุชามี
พระชนม์ เพียง 38 พรรษา
(สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช
กรมขุนสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 )
ทำให้พระองค์ต้องทรงโศกเศร้าอาลัยอย่างมาก
แต่ก็ทรงมีพระนัดดา 3 พระองค์ คือ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา พระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอานันทมหิดล
และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช
วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477
เป็นวันที่พระบาทพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ
ภายหลังจากการสละราชสมบัติแล้ว
ทางรัฐบาลได้ทูลเชิญพระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ข
ึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ที่ 8
แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
ต่อมา ปี พ.ศ. 2478 ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
เป็นสมเด็จพระราชปิตุฉา
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ตามประกาศมีใจความว่า
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
เป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉา
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ขอให้ทรงเจริญพระชนมายุ พรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคล วิบุลยศุภผล สกลเกียรติ เดชานุภาพ มโหฬาร ทุกประการ ประกาศมา ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2478
และแล้วพระอาการประชวรก็เริ่มหนักขึ้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2481 มีพระอาการ
หลอดลมฝอยและปอดอักเสบ พระอาการทางพระหทัยอ่อนมาก และไตไม่ทำงาน
สรุปพระอาการหนักมาก เป็นที่น่าวิตก

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 เวลา 23.15 นาฬิกา สมเด็จพระราชปิตุจฉา
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ก็สิ้นพระชนม์
ด้วยพระอาการสงบ
ท่ามกลางความเศร้าโสกเสียใจของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ตลอดจนผู้ใกล้ชิด
 
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
1 หมู่ 20 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 13180 โทรศัพท์ : 0-2529-1967,0-2529-1976
เปิดบริการทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.00 – 19.30 น และ วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 18.00 น. และปิดบริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์