รู้จักสำนักวิทยบริการ
ประวัติความเป็นมา
ปรัชญา
วิสัยทัศน์
พันธกิจ
วัตถุประสงค์
   
  ข้อมูลสำนักวิทยบริการ
ข้อมูลสำนักวิทยบริการ
เบอร์โทรศัพท์ภายใน
ภาพกิจกรรม
  ภาพกิจกรรม ปี 2552
  ภาพกิจกรรม ปี 2553
ปฏิทินการไปอบรมสัมมนา
   
  ข้อมูลมหาวิทยาลัย
 
พระประวัติ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
พระสาทิสลักษณ์
พระอนุสรณ์
พระอนุสาวรีย์
พิธีเปิดพระรูป
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
คณะ
สำนัก
ศูนย์
ศูนย์ให้การศึกษา
สิ่งอำนวยความสะดวก
   
   
   
 
   
 
จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์
เริ่มนับตั้งแต่ : 1พฤษภาคม 2552
 
เมื่อ 70 ปีที่ผ่านมาได้มีสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง
ถือกำเนิดขึ้นจากโรเรียนเล็กๆ นามว่า “โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์”
ทั้งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ในพระเมตตาของ
“สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร”
ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาของสตรีในยุคนั้น
จึงได้ประทานสถานที่
บริเวณถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี (ปัจจุบัน)
ซึ่งแต่เดิมเป็นบ้านของพระยาแพทย์พงษาวิสุทธาธิบดี
(สุน สุนทรเวช) ให้กระทรวงธรรมการ
จัดตั้งเป็นโรงเรียน เมื่อ พ.ศ. 2475 โดยย้ายนักเรียนฝึกหัดครูและนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ( ม.7 – 8 ) มาจากโรงเรียนเบญจมราชาลัย
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของสถาบันเล็กๆแห่งนี้
ที่ได้เติบโตแข็งแรงมั่นคง ด้วยความตั้งใจ
ตามอุดมคติที่ว่า “เกียรติย่อมซื่อตรง
ปกครองตนเอง เสียสละเพื่อส่วนรวมขยันและอดทน และรู้การควรไม่ควร” ในการจัดการเรียนการสอนครั้งนั้น ได้เปิดสอนเฉพาะแผนก ฝึกหัดครูหญิง
มีลักษณะเป็นโรงเรียนประจำ อาจารย์นิลรัตน์
บรรณสิทธ์วรสาสน์
เป็นอาจารย์ใหญ่
โรงเรียนได้ใช้อักษรย่อ “พ” และใช้สีเขียว ซึ่งเป็นสีประจำวันประสูติของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ เป็นสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน
โรงเรียนก็ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น
“ โรงเรียนสตรีเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ”
เปิดสอนนักเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และในปี
พ.ศ.2485 โรงเรียนก็ได้กลับมาใช้ชื่อว่า “
โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ” เหมือนแต่เดิมอีกครั้งหนึ่ง และเปิดสอนแบบสหศึกษาประกอบกับ
ในขณะนั้นอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
โรงเรียนถูกญี่ปุ่นยึดเป็นที่บัญชาการ
จึงมีการย้ายนักเรียนทั้งแผนกไปเรียนยังที่ต่างๆ
เมื่อสงครามยุติ จึงย้ายนักเรียนกลับมาที่เดิม

โรงเรียนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น
“วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์”
เปิดสอนถึงระดับประกาศนียบัตร
วิชาการศึกษาชั้นสูงมีนักเรียน
ป.กศ. ต้น 858 คน นักเรีนสาธิต ป.5 – มศ.3
รวม307 คน และวิทยาลัยได
้ร่วมมือกับคุรุสภาเปิดอบรมครูผู้ช่วยเหลือ
สอบชุดวิชา
( อ.ส.ช. ) ระดับ ป.กศ.
ขึ้นอีกแผนกหนึ่ง มีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 64 คน
และมีอาจารย์อวยพร เปล่งวานิช ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยครูในขณะนั้น
ในช่วง 38 ปี แห่งการเติบโต การเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นมากมายหากจะกล่าวก็คง

จะกล่าวได้ว่าไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังก่อสร้างตัว
เป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน ผ่านร้อนผ่านหนาว
เพื่อพร้อมจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ ในวันข้างหน้า
เนื่องจากสภาพของวิทยาลัยดูคับแคบลง เพราะมีนักศึกษาจำนวนมากขึ้น
ทำให้ต้องมีการขยับขยาย ในที่สุดอาจารย์อวยพร เปล่งวานิช ได้ดำเนินการติดต่อกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
( นายประสิทธิ์ อุไรรัตน์ ) จึงทำให้ได้ที่ดินส่วนทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
บริเวณถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 84
ต.คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี
จำนวน 294 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา มาเป็นที่ตั้งของวิทยาลัย จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ศูนย์กรุงเทพมหานคร
ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของสถาบันยังคงเปิดทำการสอนอยู่
ความซื่อตรง การปกครองตนเอง การเสียสละเพื่อส่วนรวม
ความขยันและอดทน รู้ควรไม่ควร ยังคงก้องอยู่ในสำนึกของนักศึกษา
และคณะอาจารย์ของวิทยาลัยอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
ต่อมาเมื่ออาจารย์ อรุณ ปรีดีดิลก ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของวิทยาลัย ท่านได้ริเริ่ม
ให้ก่อสร้างพระอนุสาวรีย์ สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
องค์ประธานกำเนิดวิทยาลัย
เพื่อเป็นอนุสรณ์และที่ยึดเหนี่ยวแห่งจิตใจ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ครั้งสำคัญ
อีกวาระหนึ่งที่เราทุกคนไม่ลืมเลือน
นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ รับสมาคมศิษย์เก่าและวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์
เข้าอยู่ใน “ พระบรมราชูปถัมภ์ ” อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่เปรียบมิได้
ดังนั้นแม้ว่าการก่อสร้างจะประสบปัญหามากมาย
แต่ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเมตตา
การก่อสร้างครั้งนั้น จึงสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดีด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ และพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์
ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์
สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
และพระราชทานทรัพย์
ส่วนพระองค์ ตั้งเป็นมูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
จำนวน 100,000 บาท
โดยมีท่านผู้หญิงพัวอนุรักษ์ ราชมณเฑียร
เป็นประธานมูลนิธิฯ
ทั้งนี้ในสมัยของอาจารย์ลำพอง บุญช่วย
เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยครู
ได้มีการจัดสร้างพระอนุสาวรีย์ครึ่งพระองค์ ของสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
ขึ้นประดิษฐานไว้ที่ โรงเรียนสาธิตมัธยมศึกษาเพชรบุรี
วิทยาลงกรณ์ ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานครโดยการสนับสนุน
จาก พ.อ. หญิงเอมอร บุญญาวัฒน์
นายกสมาคมศิษย์เก่าเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์เป็นอย่างดี
ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระอนุสาวรีย์
สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520
เปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต
การเรียนการสอนของวิทยาลัย เหลือแต่ระดับ
ป.กศ. ชั้นสูง และปริญญาตรีเท่านั้นและต่อมา
ในปี พ.ศ.2527 กรมการฝึกหัดครูได้แก้ไข พ.ร.บ
วิทยาลัยครูปี 2518 ให้สามารถเปิดสอน
ในสาขาวิชาที่มิใช่ครูได้ ถึงระดับปริญญาตรี และปรับปรุงระบบการบริหารให้เป็น
สถาบันอุดมศึกษาที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ซึ่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่12 ตุลาคม พ.ศ. 2527
วิทยาลัยได้เปิดสอนทั้งระดับอนุปริญญา และปริญญาตรี 3 สาขา
คือ สาขาวิชาการศึกษา สาขาวิชาศิลปศาสตร์ และสาขาวิทยาศาสตร์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม
" สถาบันราชภัฏ" แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ
คำว่า "ราชภัฏ" คือ "ข้าราชการ"
มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 เป็นผลให้สถาบันราชภัฏทั่วประเทศเป็นสถาบันอุดมศึกษา
เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ใช้ "ตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9" เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบัน
ราชภัฎ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ
ล้นเกล้าล้นกระหม่อม หาที่สุดมิได้ แก่
"สถาบันราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์" อีกวาระหนึ่ง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ
วางพวงมาลาพระอนุสาวรีย์ฯ และทรงเปิดอาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
ของนักศึกษา "อาคารสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์"
เปิดสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี 2 ปี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต
เปิดสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ปี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เสด็จฯ วางพวงมาลาพระอนุสาวรีย์ ฯ ทรงเปิด
"อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์"
และห้องประชุม "ราชนครินทร์ " ภายในอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อเป็น
" สถาบันราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ "
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ
พุทธศักราช 2547 และได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2547 แล้วนั้น
ยังผลให้สถาบันราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2547
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่เลขที่
1 หมู่ 20 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
13180 ( ปณจ. ประตูน้ำพระอินทร์ )
โทรศัพท์ 0 - 2529 - 0674 - 7 โทรสาร 0 - 2529 - 2580
www. vru.ac.th
 
มหาวิทยาลัยมีศูนย์ให้การศึกษา
ที่ตั้งอยู่บนที่ดินของมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งคือ
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์ให้การศึกษากรุงเทพมหานคร
ตั้งอยู่ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โทร. 0 - 2215 - 3653 - 4
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์ให้การศึกษาสระแก้ว
ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองจังหวัดสระแก้ว โทร. 0 - 3744 - 7042 - 3
 
นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยยังเปิด ศูนย์ให้การศึกษา ภายนอกมหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือของหน่วยงานรัฐบาล และหน่วยงานของเอกชน ให้ใช้สถานที่จัดการศึกษาแก่บุคลทั่วไป ดังนี้
1. ศูนย์ให้การศึกษาเซียร์ รังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
โทร. 0 - 2992 - 6844
2. ศูนย์ให้การศึกษาโรงเรียนแก่งคอย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
โทร. 0 - 3625 - 1522
3. ศูนย์ให้การศึกษาโรงเรียนสายมิตร อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
4. ศูนย์ให้การศึกษาเอกศาสตร์ ถนนรามคำแหง หัวหมาก กรุงเทพมหานคร
โทร. 0 - 2369 - 3888
 
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
1 หมู่ 20 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 13180 โทรศัพท์ : 0-2529-1967,0-2529-1976
เปิดบริการทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.00 – 19.30 น และ วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 18.00 น. และปิดบริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์