เกณฑ์มาตรฐานและสูตรการคำนวณสถิติ
รวบรวมค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factors) เกณฑ์การคำนวณของระบบประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) และเครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จำลอง
☀️ พลังงานโซล่าเซลล์ (Solar PV)
ชดเชยพลังงานระบบโซล่าเซลล์ขนาดติดตั้งรวม 6.17 kWp ของสำนักฯ แบ่งเป็น Inverter 1 (1.32 kWp) และ Inverter 2 (4.85 kWp) คำนวณปริมาณไฟฟ้า ประหยัดค่าไฟ และปริมาณคาร์บอนที่ลดได้ดังนี้:
ไฟฟ้าที่ผลิต (kWh) = ค่าจาก Inverter 1 + Inverter 2
คาร์บอนที่เลี่ยงได้ (kgCO₂e) = ไฟฟ้าผลิต (kWh) × 0.4999
ชดเชยสุทธิ (kgCO₂e) = ไฟฟ้าผลิต (kWh) × 0.4589
ประหยัดค่าไฟ (บาท) = ไฟฟ้าผลิต (kWh) × 4.50
⚡ พลังงานไฟฟ้า (Grid Electricity)
การใช้พลังงานหลักการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นตัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงที่สุดในส่วนของสำนักงาน โดยคำนวณตามสูตรมาตรฐานสากล:
CO₂e (kg) = ปริมาณไฟฟ้า (kWh) × 0.4999 ตัวอย่าง: การใช้ไฟฟ้า 1,000 kWh จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 499.9 kgCO₂e
💧 การใช้น้ำประปา (Water Supply)
การใช้ทรัพยากรน้ำประปาถึงแม้จะปล่อยคาร์บอนต่ำ แต่ก็มีก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นทางอ้อมในกระบวนการผลิต สูบจ่าย และบำบัดน้ำเสีย โดยสูตรการคำนวณคือ:
CO₂e (kg) = ปริมาณน้ำ (ลบ.ม.) × 0.337 ตัวอย่าง: การใช้น้ำประปา 100 ลูกบาศก์เมตร (m³) จะปล่อยก๊าซเรือนกระจก 33.7 kgCO₂e
📄 กระดาษสำนักงาน (Office Paper)
การใช้วัสดุสิ้นเปลืองกระดาษขาวขนาด A4 ที่ใช้ในการพิมพ์งานมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์แฝงสูงจากขั้นตอนการตัดไม้ ขนส่ง และการฟอกเยื่อกระดาษ คำนวณได้ดังนี้:
CO₂e (kg) = ปริมาณกระดาษ (รีม) × 1.12 ตัวอย่าง: การใช้กระดาษพิมพ์งาน 50 รีม จะปล่อยก๊าซเรือนกระจก 56 kgCO₂e
ตามแนวทางของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) กำหนดให้ ต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยได้ประมาณ 9.0 kgCO₂e ต่อปี ในหน้ารายงานผลสถิติจึงใช้สูตร จำนวนต้นไม้ = ปริมาณคาร์บอนที่ลดได้ / 9